รถอีแต๋น หรือในชื่อต่าง ๆ เช่น รถเกษตร, รถเกษตรกรรม, รถเกษตรกร, รถขนถ่ายการเกษตร, รถไทยแลนด์ เป็นต้น เป็นรถใช้งานเกษตรกรรมของไทย รถอีแต๋นเป็นรถที่ผลิตเองในประเทศไทย โดยใช้เครื่องยนต์ที่เป็นเครื่องยนต์อเนกประสงค์ ประเภทเครื่องยนต์ดีเซล 1 สูบ สามารถนำมาดัดแปลงเป็นเครื่องสูบน้ำ และเครื่องปั่นไฟ ได้ด้วย ส่วนประกอบอื่นๆของรถอีแต๋นก็นำมาจากอะไหล่รถยนต์มือสองทั่วไป และทำส่วนกะบะท้ายนิยมทำด้วยไม้เพื่อบรรทุกของ เช่น บรรทุกพืชผักในสวน

ที่มาของชื่ออีแต๋น
อีแต๋น มาจากคำว่า "สะแหล๋นแต๋น" หรือพูดภาษาที่ชาวบ้าน เข้าใจง่าย ๆ คือ "แรด" และด้วยความที่เป็นรถวิ่งช้า วิ่งแบบแต๋น ๆ คำว่าอีแต๋นจึงเหมากับรถประเภทนี้
คำว่า รถอีแต๋น เป็นภาษาชาวบ้าน ที่ใช้เรียกรถที่ประกอบขึ้นมา โดยใช้อะไหล่รถยนต์ (ใหม่) และ/หรือ อะไหล่รถยนต์มือสอง หรือเรียกอีกอย่างว่า “อะไหล่เชียงกง” นำมาประกอบขึ้นเป็นรถอีแต๋น ซึ่งอะไหล่เชียงกงที่มาจากรถยนต์ในประเทศญี่ปุ่น มีอายุการใช้งานที่น้อย ประมาณ 5 ปี เพราะตามกฎหมายของประเทศญี่ปุ่น มีการตรวจสภาพรถยนต์อย่างเข้มงวด โดยจะตรวจสภาพกันทุก ๆ 3 ปี และในการปรับสภาพรถเพื่อให้ผ่านการตรวจ ก็เป็นค่าใช้จ่ายที่สูง ชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่จึงนิยมใช้รถเพียง 5-6 ปีก็จะซื้อใหม่ รถยนต์ที่อายุการใช้งานประมาณ 5-6 ปี จึงมักเข้าสุสานรถยนต์ ขายเป็นอะไหล่มือสอง ส่งไปตามประเทศต่าง ๆ ถ้าเทียบกับรถในประเทศไทยเอง รถยนต์สภาพการใช้งานประมาณ 5 ปี ก็ยังถือว่าไม่เก่า โดยอะไหล่หลัก ๆ ที่นำมาประกอบเป็นรถอีแต๋น ก็จะมี
อะไหล่มือสอง (เชียงกง)
1.ช่วงล่างรถยนต์ คานหน้า, เพลาท้าย
2.ชุดเกียร์
3.ชุดพวงมาลัย
ส่วนแชสซีรถ ก็อาจจะใช้ได้ 2 ประเภท คือ แชสซีรถยนต์เชียงกง หรือแชสซีเหล็กรางน้ำใหม่ นำมาประกอบขึ้นเป็นแชสซี โดยขนาดของเหล็กจะขึ้นอยู่กับการรับน้ำหนักของช่วงล่าง
อะไหล่รถยนต์ (ใหม่)
เครื่องยนต์ดีเซล 1 สูบ, ระบบเบรก, ระบบครัช, ระบบไฟฟ้า, ระบบไฟส่องสว่าง, แบตเตอรี่, ยางรถยนต์ และโครงสร้างเหล็กที่ประกอบขึ้นมาเป็นตัวรถ
ปัจจุบันรถอีแต๋นที่เคยถูกใช้โดยกลุ่มเกษตรกรในท้องทุ่งนาที่เราเคยเห็นจนคุ้นตาเมื่อในอดีตได้มีการพัฒนาไปในรูปแบบต่างๆมากมายเพื่อให้ตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้งาน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในการประยุกต์รถอีแต๋นให้เป็นรถแบบต่างๆก็คงจะเห็นได้จาก
อีแต๋นรถแทงก์น้ำ มีขนาดตั้งแต่ 2000 ลิตร จนถึง 6000 ลิตร สำหรับงานเกษตรกรรม หรือรดน้ำต้นไม้ หรือใช้ในโครงการหมู่บ้านจัดสรร ในสนามกอล์ฟ ตลาดสด นิคมอุตสาหกรรมต่างๆ มีการติดตั้งปั๊มน้ำแรงดันสูงเข้ากับแทงก์น้ำซึ่งติดอยู่ท้ายกระบะรถพร้อมต่อท่อประปา วงจรน้ำ ใช้งานได้สะดวก และอุปกรณ์ฉีดน้ำสำหรับงานดับเพลิง
อีแต๋นขนขยะ ใช้งานในการขนถ่ายสิ่งปฏิกูล สามารถยกกระบะท้ายเทได้
อีแต๋นบรรทุก เริ่มมีบทบาทในโรงงานอุตสาหกรรมมากขึ้น โดยนำไปขนถ่ายวัตถุดิบ สินค้าที่ผลิตเสร็จในโรงงาน และขยะต่าง ๆ ในขบวนการผลิตสินค้า เพราะประหยัด เนื่องจากตัวเครื่องยนต์เป็นดีเซล 1 สูบ จึงประหยัดน้ำมัน และสามารถบรรทุกหนักได้ 2-3 ตัน
การจดทะเบียนรถอีแต๋น
รถอีแต๋นสามารถนำไปจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกได้ เนื่องจากรัฐบาลได้มีกฏหมายออกมารองรับให้รถอีแต๋นสามารถจดทะเบียน โดยเสียภาษีประจำปี และใช้งานบนท้องถนนได้ตามกฎหมาย ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2525) ออกตามความในพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2552 มีเนื้อหาว่า ต้องใช้เครื่องยนต์ที่มิได้ใช้สำหรับรถยนต์โดยเฉพาะมาติดตั้ง น้ำหนักตัวรถต้องหนักไม่เกิน 1600 กก. ความกว้างตัวรถต้องไม่เกิน 2 เมตร และความยาวตัวรถต้องไม่เกิน 6 เมตร มีลักษณะเป็นรถสี่ล้อหรือรถสามล้อก็ได้ มีระบบไฟฟ้า ได้แก่ ไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเลี้ยว และมีกระจกมองข้าง เช่นเดียวกับรถประเภทอื่น ๆ
อีแต๋นแทงก์น้ำ สำหรับงานเกษตรกรรม หรือรดน้ำต้นไม้ หรือใช้ในโครงการหมู่บ้านจัดสรร ในสนามกอล์ฟ ตลาดสด นิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ มีการติดตั้งปั๊มน้ำแรงดันสูงเข้ากับแทงก์น้ำซึ่งติดอยู่ท้ายกระบะรถ พร้อมต่อท่อประปา วงจรน้ำ เพื่อให้ใช้งานได้สะดวก และยังมีการติดตั้งอุปกรณ์ฉีดน้ำสำหรับงานดับเพลิงด้วย, อีแต๋นขนขยะ ใช้ในงานขนถ่ายสิ่งปฏิกูล สามารถยกกระบะท้ายเพื่อ เทได้, อีแต๋นบรรทุก เริ่มมีบทบาทในโรงงานอุตสาหกรรมมากขึ้น เพราะประหยัดน้ำมัน เนื่องจากใช้เครื่องยนต์ที่เป็นดีเซล 1 สูบ สามารถบรรทุกหนักได้ราว 2-3 ตัน โดยมีการใช้ในการขนถ่ายวัตถุดิบ สินค้าที่ผลิตเสร็จในโรงงาน และขยะต่าง ๆ ที่เกิดจากกระบวนการผลิตสินค้า เป็นต้น
ปัจจุบัน ในเมืองไทยมีบริษัทที่ผลิตเครื่องยนต์อเนกประสงค์เพื่อใช้ติดตั้งกับรถอีแต๋นโดยเฉพาะ มีบริษัทที่ผลิตหรือประกอบรถ อีแต๋น นอกเหนือจากการประกอบของช่างหรือผู้ต้องการใช้ อีกทั้ง ยังมีการผลิตรถอีแต๋นขายให้กับเกษตรกรประเทศเพื่อนบ้าน คือสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยชาวลาวเรียกว่า “รถไทยแลนด์”
ทั้งนี้ กับรถอีแต๋นซึ่งสนนราคามีตั้งแต่หลายหมื่นบาทไปจนถึงแสนกว่าบาทขึ้นไป และยังสามารถจดทะเบียนโดยเสียภาษีประจำปีเพื่อใช้งานได้ตามกฎหมาย ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2525) ออกตามความในพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 โดยต้องใช้เครื่องยนต์ที่มิได้ใช้สำหรับรถยนต์โดยเฉพาะ น้ำหนักตัวรถไม่เกิน 1,600 กก. ตัวรถกว้างไม่เกิน 2 เมตร ยาวไม่เกิน 6 เมตร มีลักษณะเป็นรถสามล้อหรือสี่ล้อก็ได้ มีระบบไฟฟ้า ได้แก่ ไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเลี้ยว มีกระจกมองข้าง


