การออกแบบของ Nissan March
มร. มาโกโตะ ยามาเน รองหัวหน้าฝ่ายออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ความเห็นว่า “รถยนต์รุ่นนี้ต้องมีสไตล์และกลิ่นไอของความพิถีพิถัน” การออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์รุ่นนี้คือ มีกระจังหน้าสองชั้น ตอบสนองความมีสไตล์ดังกล่าว อย่างไรก็ตามรูปทรงที่สวยงามคลาสสิกยังคงเป็นสิ่งสำคัญ และนี่คือเหตุผลที่มาร์ชยังคงมีเส้นโค้งบริเวณขอบหน้าต่าง (Arched side window) ที่โดดเด่น เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ Nissan March ดึงดูดใจผู้พบเห็น
Nissan March มีขนาดยาวขึ้นและความสูงลดลงเพียงเล็กน้อย ในขณะที่ฐานล้อซึ่งยาวขึ้นนั้น ทำให้มีพื้นที่ภายในกว้างขึ้น นอกจากนี้ ร่องรูปทรงบูมเมอแรงบนหลังคารถช่วยลดการสั่นสะเทือน ลดเสียงภายในห้องโดยสาร ยามาเนกล่าว ด้วยเจตนาในการออกแบบที่จะสร้างความรู้สึกเดียวกันทั้งรูปลักษณ์ภายในและภาย นอก ภายในห้องโดยสาร นิสสันจึงได้ใช้แนวคิด Connected Cocoon การออกแบบแผงหน้าปัดที่ยึดตามแนวคิดของ ‘ทวิน บับเบิ้ล’ ที่หมายถึงที่ตั้งเข็มอุปกรณ์รูปกลมและตู้เก็บของรูปร่างคล้ายกันทางด้านผู้ โดยสารNissan March มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร ใหม่ และ ระบบส่งกำลังแบบ XTRONIC CVTNissan March ใช้เครื่องยนต์ 3 สูบ รหัส HR12DE ขนาด 1.2 ลิตร โดยได้ประยุกต์ใช้เครื่องยนต์แบบ HR16 4 สูบ ซึ่งใช้ในรถยนต์นิสสัน ทีด้า (Tiida) เครื่องยนต์ใหม่นี้จึงใช้ระบบควบคุมการเปิดปิดของวาล์ว ( continuously valve-timing control -CVTC ) ให้กำลัง 59 กิโลวัตต์ หรือ 79 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 108 นิวตันเมตร ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดอ็อกไซด์ในปริมาณเพียง 120 กรัมต่อกิโลเมตร ตามแบบฉบับ Eco Carระบบขับเคลื่อนของ Nissan March มีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 5 สปีด หรือ เกียร์ออโต้ XTRONIC CVT (Continuously Variable Transmission) รุ่นใหม่ของนิสสัน โดยมี อัตราการทดเกียร์ที่กว้างขึ้น ทำให้ประหยัดน้ำมัน และช่วยให้อัตราเร่งดีNissan March มาพร้อมกับเทคโนโลยี และ อุปกรณ์เสริมพิเศษ อาทิ กุญแจอัจฉริยะ ระบบป้องการโจรกรรม Immobilizer Push Start Button กระจกข้างพับอัตโนมัติ เซ็นเซอร์ถอยหลัง 4 จุด (Reverse Sensor) แผงหน้าปัดอัจฉริยะแสดงค่าเฉลี่ยน้ำมันที่ใช้จริง แสดงค่าระยะทางการใช้งาน (cruising range) และอุณหภูมิภายนอกอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ ของ Nissan March ทัศนวิสัยที่ดี และ รัศมีวงเลี้ยว เพียง 4.5 เมตร รวมทั้งเทคโนโลยีใหม่ๆหลายประการ ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดอ็อกไซด์และประหยัดน้ำมัน ในขณะเดียวกับที่ช่วยให้สามารถจอดรถเข้าซองได้ง่ายยิ่งขึ้น(เพราะเป็นรถเล็ก)

ระบบความปลอดภัยใน Nissan March การใช้โครงสร้าง V-platform เป็นปัจจัยหลักประการหนึ่ง ที่ช่วยให้ Nissan March มีความปลอดภัยจากแรงกระแทกมากยิ่งขึ้น รถยนต์รุ่นนี้ ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้รองรับการชนด้านหน้า อันเนื่องมาจากบริเวณส่วนรับแรงกระแทกที่ถูกออกแบบให้ตอบรับการใช้งานได้ดี และยังคงรักษาความแข็งแรงของห้องโดยสารด้วยตัวถังรถยนต์ที่แข็งแกร่ง Nissan March ใช้ระดับมาตรฐานความปลอดภัยของยุโรป ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัย UNECE 94 และ 95 (การกระแทกด้านหน้าและด้านข้าง) และยังมีถุงลม SRS ในทุกรุ่น ระบบเบรคป้องกันล้อล็อค (ABS) ระบบควบคุมและกระจายแรงเบรคด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (EBD) และ ระบบเสริมแรงเบรค (BA)
Nissan March ทั้ง 6 รุ่น(4 รุ่นมาตรฐาน และ 2 รุ่นออปชั่น) พร้อมราคารวม vat
•1.2 S MT 375,000
•1.2 E MT 425,000
•1.2 E CVT 459,000
•1.2 EL CVT 489,000
•1.2 V CVT 507,000
•1.2 VL CVT 537,000
Nissan March มีสีให้เลือกทั้งหมด 6 สี
1.สีเงิน บริลเลียนท์ ซิลเวอร์ Brilliant Silver
2.สีดำ แบล็ก สตาร์ Black Star
3.สีม่วง คริสตัล ไลแลค Crystal Lilac
4.สีเขียวสปริง กรีน Spring green
5.สีส้ม ซันไลท์ ออเร้นท์ Sunlight orange
6.สีขาว ไวท์ เพิร์ล White pearl
ในรุ่น 1.2S เลือกได้เพียง 3 สีคือ สีเงิน, สีดำ และ สีม่วง
เงินดาวน์ 20% 97,800
เงินงวดแรกผ่อน 72 เดือนของ SCB 6,411
ประกันชั้น 1 (ถ้าไม่แถม) 13,400
พรบ. (ถ้าไม่แถม) 646
ค่าจดทะเบียน (ถ้าไม่แถม) 2,500
ค่ามัดจำป้ายแดง 2,000
หักเงินจอง (ถ้ามี) -3,000
รวมเงินที่ต้องจ่ายวันออกรถ 119,757
ของแถมที่ได้ก็ ส่วนลด 5,000 บาท เอาไปใช้เป็นส่วนลดค่ารถหรือค่าประก็ได้
นิสสัน มาร์ช เป็นรถในโครงการอีโคคาร์ที่รัฐบาลสนับสนุน มีกระแสตอบรับจากผู้บริโภคดีมาก โดยรุ่นย่อยที่ได้รับความนิยมสูงคือ ตัวท็อปของเกียร์ธรรมดา ( E M/Tราคา 4.25 แสนบาท) และรุ่นล่างของเกียร์อัตโนมัติ (E CVT 4.59 แสนบาท) ซึ่งทั้งสองรุ่นมีสัดส่วนการขายรวมกันเกือบ 60% และคาดว่าถึงสิ้นปีงบประมาณ 2553 (มีนาคม 2554) จะทำได้ตามเป้าหมาย 20,000 คัน”
ทั้งนี้แหล่งข่าวจากผู้จำหน่ายรถยนต์นิสสันรายหนึ่ง เปิดเผยว่า ด้วยระดับราคาเริ่มต้น 3.75 แสนบาท ทำให้ลูกค้าสนใจเดินเข้าโชว์รูมพร้อมสอบถามรายละเอียดและลองขับเป็นจำนวนมาก แต่ต้องยอมรับว่าถ้าลูกค้าตัดสินใจจองรุ่นเกียร์ธรรมดาวันนี้รถพร้อมส่งมอบปลายปี ส่วนรุ่นเกียร์อัตโนมัติอาจต้องรอนานถึงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคมปีหน้า
ตามแผนงานปีนี้นิสสันตั้งเป้าผลิต 200,000 คัน แบ่งเป็นตลาดในประเทศ 48,000 คัน และส่งออกอีก 152,000 คัน สูงขึ้นกว่าปีก่อนที่มีเพียง 90,000 คัน โดยขณะนี้การศึกษารายละเอียดต่าง ๆ คืบหน้าไปมาก โดยใช้ 3 วิธีหลักในการพิจารณา
คือ 1.การตัดสินใจขยายโรงงานใหม่และเพิ่มไลน์ผลิต ซึ่งจะต้องใช้งบประมาณในการลงทุนค่อนข้างสูง และบริษัทจะต้องศึกษารายละเอียดให้ดี โดยเฉพาะความ คุ้มค่า 2.การเพิ่มไลน์พ่นสี และไลน์ประกอบให้มากขึ้นเพิ่มขึ้น และ 3.การผลิตที่จำนวน 200,000 คันต่อปีเท่าเดิม แต่ปรับลดจำนวนการผลิตเพื่อส่งออกลง โดยหันไปใช้โรงงานในประเทศอื่นแทน
“วันนี้ต้องยอมรับว่าโรงงานเราทำงานกันอย่างเต็มที่ ทั้งการทำงานล่วงเวลา การทำงานในวันหยุด ซึ่งทำกันอย่างเต็มกำลังแล้ว ส่วนการลงทุนเพิ่มเติมนั้น ก็มี 3 วิธี ข้างต้นให้เราเลือก ซึ่งจะต้องใช้เม็ดเงินอีกมหาศาล และนิสสันเองจำเป็นต้องมองระยะยาวว่าอีก 5-10 ปีจะคุ้มทุนด้วยหรือไม่”
ทั้งนี้บริษัทยอมรับว่า มีลูกค้าบางกลุ่มที่รอรถไม่ไหวยกเลิกการจองไปบ้างคิดเป็น 3-4% ของยอดจอง ซึ่งบริษัทพยายามให้ ดีลเลอร์ชี้แจงกับลูกค้าอย่างตรงไปตรงมา
“วันนี้บางดีลเลอร์รับจองรับรถไว้เกินกว่าโควตาที่ตัวเองได้ ซึ่งคงต้องขึ้นอยู่กับแต่ละดีลเลอร์ว่าจะสามารถบริการจัดการโควตาได้อย่างไร ผมยอมรับว่าดีลเลอร์บางรายมีการจองรถตามโควตาที่ได้ล่วงหน้านานถึง 2 ปีก็มี ซึ่งบริษัทพยายามชี้แจงและพูดปัญหานี้กับดีลเลอร์มาโดยตลอด และต้องขออภัยลูกค้าด้วย” นายประพัฒน์กล่าว
ส่วนรถยนต์นิสสัน มาร์ช รุ่นเกียร์อัตโนมัติ หรือ CVT นิสสันพร้อมที่จะทยอยส่งมอบให้กับลูกค้าได้ ในเดือนมิถุนายนนี้ และในเดือนกรกฎาคม คาดว่าน่าจะเริ่มส่งออกด้วย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น